วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ย้อนข่าวไทยคม Mfone ล้มละลาย ... เป็นบวกระยะยาว

THCOM - BT 24.20 - ซื้อ

Research by: Chatchai Jindarat  บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง
11 Jan 08:48 AM

Mfone ล้มละลาย ... เป็นบวกระยะยาว
ประเด็นการลงทุน : การนำ Mfone เข้าสู่กระบวนการล้มละลายเป็นเพียง Sentiment เชิงลบต่อการลงทุนในช่วงสั้น แต่เป็นบวกในระยะยาว เนื่องจากทำให้ประเด็นกังวล Mfone นั้นจบไป คาดขาดทุนจากการด้อยค่าใน 4Q55 ที่ราว 120 ล้านบาท ส่งผลให้งบการเงินรวมปี 2555 ขาดทุนสุทธิ 19 ล้านบาท และปี 2556 คาดกำไรสุทธิที่ 928 ล้านบาท แต่ไม่กระทบราคาเป้าหมายเนื่องจากราคาเป้าหมายเป็นของปี 2556 และขาดทุนจากการด้อยค่าไม่ใช่เงินสด ทำให้ไม่กระทบสภาพคล่องบริษัท ขณะที่มีหลายปัจจัยบวกรออยู่ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 29.30 บาท
 
ขาย Mfone ไม่ได้ ... กระทบ Sentiment แค่ช่วงสั้น: วานนี้THCOM แจ้งตลาดฯ ว่าตามที่ SHEN (THCOM ถือหุ้น 51%) ได้ขายหุ้น Mfone ที่ถืออยู่ 100% ไปให้ INT นั้น มีเงื่อนไขว่าต้องปรับโครงสร้างหนี้ Mfone ให้ทันภายในเดือน ม.ค. 2556 ซึ่งได้รับแจ้งจาก SHEN ว่าไม่สามารถทำตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ทัน จึงทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถจำหน่ายเงินลงทุนใน Mfone ได้ SHEN จึงเสนอให้นำ Mfone เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และ THCOM อนุมัติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 7 ม.ค. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1Q56 เราประเมินว่าผลของเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้ใน 4Q55 ผลประกอบการของ THCOM จะมีผลขาดทุนจากการการด้อยค่า (รายการที่ไม่ใช่เงินสด) อีกราว 120 ล้านบาท ส่วนใน 1Q56 เราคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดการอีกราว 45 ล้านบาท ส่งผลให้เรามีการปรับประมาณการผลประกอบการปี 2555-2556 ลง จากกำไร 117 ล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิราว 19 ล้านบาทในปี 2555 และ กำไรสุทธิลดลงจาก 963 ล้านบาท เป็น 928 ล้านบาทในปี 2556 ไม่กระทบราคาเป้าหมาย ทำให้เรายังคงราคาเป้าหมายอยู่ที่ 29.30 บาท ซึงยังไม่รวมลูกค้าใหม่จากจีนและอินเดียในประมาณการ และประมาณการใช้งาน iPSTAR ในไทยสูงสุดที่เพียง 80% ซึ่งส่งผลให้อาจมีการปรับประมาณขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากมีความชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าว
 
ลูกค้าจีน และอินเดีย สร้าง Upside ต่อประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ: THCOM ได้บรรลุข้อตกลงกรอบข้อกำหนดการขายช่องสัญญาณ iPSTAR ในจีน, อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในอินเดีย และอยู่ระหว่างทำสัญญาขายช่องสัญญาณเพิ่มเติมให้กับ TOT หากมีความชัดเจนจะเป็นโอกาสในการปรับประมาณการขึ้น โดยหากรวมลูกค้าในจีน 100% จะได้ราคาเป้าหมายราว 34-35 บาท หากรวมลูกค้าในจีนและอินเดียราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 37-38 บาท แต่หากเพิ่มประมาณการการใช้งานของ TOT เป็น 100% ด้วย จะได้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีกเป็นที่ราว 39-40 บาท จะเห็นได้ว่าผลกระทบจาก Mfone มีจำกัดเนื่องจากการด้อยค่าไม่ใช่รายการที่เป็นเงินสด ขณะทีมีปัจจัยบวกในอนาคตจำนวนมากที่ยังไม่รวมในประมาณการ
 
คงคำแนะนำ ซื้อ: ผลกระทบจากการนำ Mfone เข้าสู่กระบวนการล้มละลายกระทบต่อประมาณการปี 2555 มากกว่าปี 2556  ขณะที่ราคาเป้าหมายเป็นของปี 2556 และรายการส่วนใหญ่ไม่ใช่เงินสด จึงไม่กระทบสภาพคล่องของบริษัทและราคาเป้าหมายเนื่องจากใช้วิธี DCF ในการประเมินมูลค่า ขณะที่มีปัจจัยบวกหนุนการปรับประมาณการขึ้นในอนาคต ราคาที่ปรับตัวลงจากความกังวลช่วงสั้นต่อประเด็นดังกล่าวเป็นโอกาสในการทยอยสะสม เรายังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 29.30 บาท
 
ความเสี่ยง: ประมาณการของเราอยู่บนสมมติฐานไม่มีการรับรู้ขาดทุนจาก Mfone ในปี 2556 เป็นต้นไป ดังนั้นความล่าช้าในการปิดกิจการของ Mfone ออกไปจะยิ่งทำให้อาจต้องรับรู้การขาดทุนจาก Mfone ต่อไป อย่างไรก็ตามกระบวนการทางศาลใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ทำให้โอกาสที่ต้องรวมผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ Mfone ในปี 2556 มีค่อนข้างต่ำ

INCOME STATEMENT (Btmn)        
FY December 2011 2012F 2013F 2014F
       
Revenue 7,254 7,591 8,001 9,088
EBITDA 3,036 3,497 4,240 4,817
Depreciation & Amortisation 2,577 2,570 2,732 2,852
Operating Profit (EBIT) 459 927 1,508 1,964
Interest (Exp)/Inc 479 452 319 260
Associates 141 148 156 164
One-offs -85 -375 0 0
Pre-Tax Profit -20 474 1,189 1,704
Tax 483 109 238 341
Minority Interest -12 9 23 33
Net Profit -490 -19 928 1,330
Recurring Net Profit -405 356 928 1,330

ย้อนข่่าวTHCOM คาดครึ่งปีหลัง​โต​เด่น


​โบรกฯหนุน ซื้อTHCOM คาดครึ่งปีหลัง​โต​เด่นจากยอด​ใช้งาน​ไอพีสตาร์​เพิ่ม

ข่าวหุ้น-​การ​เงิน สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- พุธที่ 3 ตุลาคม 2555 12:02:05 น.
​โบรก​เกอร์ต่าง​แนะนำ"ซื้อ"หุ้น บมจ.​ไทยคม(THCOM)คาดผลประกอบ​การครึ่งปีหลัง​เติย​โตอย่างมีนัยสำคัญจาก​ การขายช่องสัญญาณดาว​เทียม​ไอพีสตาร์​ได้​เพิ่มขึ้น​ทั้งลูกค้าราย​ใหม่​ใน อิน​เดีย ​และ บมจ.ที​โอที คาดสิ้นปีมียอด​ใช้งาน​ไอพีสตาร์ที่ 32% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% ประกอบกับ ​เชื่อว่าจะปิดดีลขาย MFONE ​ในกัมพูชา​ได้ภาย​ในสิ้นปีนี้ ดังนั้น น่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบ​การดีต่อ​เนื่อง​ในปี 56 ที่คาดว่า​เติบ​โต​เท่าตัว​เป็น 780-1,000 ล้านบาท จากปี 55 ที่จะพลิกมามีกำ​ไร 440-600 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 490 ล้านบาท

​โบรก​เกอร์                   คำ​แนะนำ                    ราคา​เป้าหมาย(บาท)
บล.​ไทยพาณิชย์               ซื้อ                              25.00
บล.​เคจี​ไอ                       ซื้อ                              24.00
บล.กสิกร​ไทย               ซื้อ​เ​ก็งกำ​ไร                      21.00-24.00
บล.​เอ​เชียพลัส                     ซื้อ                           22.00
บล.ซี​ไอ​เอ็มบี​ไทย              ซื้อ                             22.70

นายกิจพล ​ไพร​ไพศาลกิจ ​ผู้อำนวย​การฝ่ายวิ​เคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกร​ไทย มองหุ้น THCOM ​เป็นหุ้น Turnaround ​โดยผลประกอบ​การ​ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะ​โดด​เด่นจาก​การขายช่องสัญญาณ ของดาว​เทียม​ไทยคม 4 ​หรือ​ไอพีสตาร์​ในหลายประ​เทศ​เพิ่มขึ้น ​และปีหน้าจะมีดาว​เทียม​ไทยคม 6 จากนั้นปี 57 จะมีดาว​เทียม​ไทยคม 7 ดังนั้น มองว่ามี​โอกาสปรับ​เพิ่มประมาณ​การผลประกอบ​การ​ในอนาคตสุงขึ้น
"​ความต้อง​การ​ใช้​ในอิน​เดียสุง มี​การปรับ​การ​ใช้งาน​เพิ่มขึ้นตามสัญญา ​และ​ในออส​เตร​เลีย​ก็​ไป​ได้ดี​ในที่ร่วม​โครง​การ National Brondbrand ครึ่งปีหลังจะดีขึ้นอย่างมีนัย"

​ทั้งนี้ ​ในปี 55 คาดมีกำ​ไรสุทธิ 600 ล้านบาท ​และปี 56 จะมีกำ​ไรสุทธิ 1,000 ล้านบาท จากปี 54 มีผลขาดทุน 490 ล้านบาท ​ให้ราคา​เหมาะสมหุ้น THCOM ที่ 18 บาทสำหรับดาว​เทียม​ไทยคม 5 ​แต่ถ้ารวมดาว​เทียม​ไทยคม 6 ​และ ดาว​เทียม​ไทยคม 7 จะมีราคา​เหมาะสมที่ 21-24 บาท อย่าง​ไร​ก็ตาม มองว่า​เข้า​เ​ก็งกำ​ไร​ได้ที่ราคาต่ำกว่า 21 บาท
ด้านนักวิ​เคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.​เคจี​ไอ(ประ​เทศ​ไทย)กล่าว​แนะนำ"ซื้อ"THCOM ​เพราะมองว่า THCOM  มี​แนว​โน้ม​การ​ใช้งาน(Utilization)​ไอพีสตาร์​เพิ่มมากชึ้น คาดว่าจะสิ้นปีนี้จะ​เพิ่ม​เป็น 32% จาก 25% จากปัจจุบัน
​ในครึ่งปีหลังยอด​การ​ใช้งาน​ไอพีสตาร์จะ​เพิ่มอีก 7% จากลูกค้าที​โอที 4% ที่มี​การ​เซ็นสัญญา​เพิ่ม​การ​ใช้งาน​แล้ว ​และอิน​เดีย 3% ​ซึ่ง​เป็นลูกค้า​ใหม่ คาดว่าจะ​เซ็นสัญญา​ใน​ไตรมาส 4/55 ​ซึ่งจะส่งผล​ให้กำ​ไร​เติบ​โต 10% ​โดยคาดว่า​ในปี 55 จะมีกำ​ไรสุทธิ 440 ล้านบาท ​และปี 56 จะ​เติบ​โต​เป็น 780 ล้านบาท
บทวิ​เคราะห์ บล.​เอ​เชียพลัส รายงานว่า จาก​การประชุมกับ THCOM ฝ่ายบริหารคาดว่าจะมี 3 พัฒนา​การธุรกิจที่จะ​เกิดขึ้นทันภาย​ในปีนี้ คือ

1)​การขายธุรกิจ​โทรศัพท์มือถือ(MFone)​ในกัมพูชา ที่คาดว่าต้องรับรู้ขาดทุนครั้ง​เดียว ​เพราะมี​แนว​โน้ม THCOM จะยินยอมขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี MFone ที่ราว 500 ล้านบาท ​แต่ THCOM ​เชื่อว่าจะ​ได้รับผลดี​ในอนาคตต่องบ​การ​เงิน ​เพราะปัจจุบันต้อง​แบกรับขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าว 400 — 500 ล้านบาทต่อปี

2) ส่วนดาว​เทียม iPSTAR คาดจะสามารถปิดดีลขายกำลัง​การ​ให้บริ​การ​ใน​ไทย (8% ของกำลัง​การ​ให้บริ​การ iPSTAR) อีก 50% ที่​เหลือกับ TOT ​ได้ ​และ 

3) คาดจะสามารถ​เจรจาขายกำลัง​การ​ให้บริ​การ iPSTAR ​ในอิน​เดีย (16.1% ของกำลัง​การ​ให้บริ​การ iPSTAR)ที่​เหลืออีก 80% ​ให้กับคู่ค้า​ได้

​แต่ด้วยพัฒนา​การคงที่​ใน​ไตรมาส 3/55 ส่งผล​ให้คาดราย​ได้ THCOM จะดีขึ้น​เล็กน้อย ​เพราะราย​ได้จาก iPSTAR (45% จาก​ทั้งหมด)มี​แนว​โน้มขยับขึ้น 1.8%qoq จากอัตราค่าบริ​การ iPSTAR ​ในออส​เตร​เลียที่​เพิ่มขึ้นตามสัญญา ขณะที่ราย​ได้จากธุรกิจอื่นๆ คาดจะทรงตัว qoq
​แต่หากหักล้างด้วยรายจ่าย​โบนัสพิ​เศษครั้ง​เดียว​ในงวดนี้ 30 ล้านบาท คาดกำ​ไรปกติ THCOM จะอ่อนตัว 20%qoq อยู่ที่ 132 ล้านบาท ​และ​เมื่อรวมกับกำ​ไรพิ​เศษ FX ราว 60 ล้านบาท จากอานิสงส์​เงินบาทต่อดอลลาร์ที่​แข็งค่า (หนี้สินดอลลาร์ลดลง) คาดกำ​ไรสุทธิงวดนี้ที่ 190 ล้านบาท ดีขึ้น 65%qoq
ดังนั้น มูลค่าพื้นฐาน​ใหม่ที่ตัดขาย MFone ​ไป​แล้วจะอยู่ที่ 22 บาท ​แม้จะมี Upside 10.5% ​แต่ผลบวกของ​การ​เติบ​โตปีหน้า คาดจะหนุนมูลค่าพื้นฐาน​ไปที่ 24 บาท ​ซึ่งยัง​ไม่รวมอีก 1 ​เรื่องที่รอ​ความชัด​เจน คือ ดีล iPSTAR ​ใหม่ที่อิน​เดีย หากสำ​เร็จ (​เบื้องต้นคาด​เป็นมูลค่า​เพิ่มอย่างน้อย 1 บาท ขึ้นกับรูป​แบบผลตอบ​แทน)มูลค่าพื้นฐานหุ้น​จึงมี​โอกาสขยับขึ้น​ไปอย่าง น้อยที่ 25 บาท

ข่าวย้อนหลังไทยคม

3 ปัจจัย หนุน
วันจันทร์ที่ 01 ตุลาคม 2555 เวลา 16:15:51 น. ผู้เข้าชม : 780 คน

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ล่าสุด ณ เวลา 15.59 น. อยู่ที่ 19.80 บาท บวก 0.80 บาท หรือ4.21% มูลค่าการซื้อขาย 538.96 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น THCOM เริ่มฟื้นตัวอีกครั้งในวันนี้หลังจากแกว่งตัวในกรอบ 18.40-19.70 บาทมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน 
       ขณะที่ข้อมูลจาก www.settrade.com ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จำนวน 4 แห่งแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 22.38 บาท

    บล.เกียรตินาคินระบุในบทวิเคราะห์ว่า THCOM ยังมีประเด็นบวกที่รอความคืบหน้าในครึ่งปีหลัง ได้แก่ 
1) การต่อสัญญาใช้งาน Bandwidth IPSTAR ที่เหลือ 50% กับ TOT 
2) การเซ็นสัญญากับลูกค้าใหม่ในอินเดีย 1 ราย ทาให้ตลาด IPSTAR อินเดียจะมีการใช้ Bandwidth เพิ่มเป็น 2G และ 
3) การขายกิจการ Mfone ที่ให้น้ำหนักจะจบปีนี้ประเมินมูลค่าเหมาะสม 23.60 บาท (DCF WACC @ 12%) แนะนำ “ซื้อ”

บล.ฟิลลิประบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ คำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายกลางปี 2556 ที่คำนวณด้วยวิธี SOTP ใหม่เป็น 25 บาท การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานและแนวโน้มที่สดใสของดาวเทียม iPSTAR และดาวเทียมแบบทั่วไป ทำให้เรายืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” THCOM และปรับราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วยวิธี SOTP ใหม่เป็น 25 บาท (จาก 20 บาท) 
     ซึ่งประกอบด้วย มูลค่าของธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจโทรศัพท์ที่ 23.3 บาท/หุ้น (คำนวณจากวิธี DCF โดยใช้ WACC 9.8% และ terminal growth 1%) และมูลค่าเงินลงทุน 42% ใน CSL (ซึ่งมีราคาเป้าหมายที่ 8.2 บาท) ที่ 1.7 บาท/หุ้น ปัจจุบัน THCOM เทรดที่ EV/EBITDA ระดับ 7.5 เท่าในปี 2555 และ 6.5 เท่าในปี 2556 ซึ่งยังต่ำกว่า EV/EBITDA เฉลี่ย 10 ปีของบริษัทที่ 8.4 เท่า 
     นอกจากนี้แล้ว ณ ราคาเป้าหมายของเราที่ 25 บาท THCOM จะเทรดที่ EV/EBITDA ปี 2556 ระดับ 8.3 เท่า


วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทริส​เรทติ้งคงอันดับ​เครดิต บ. ​เซ็นทรัลพัฒนา A+ Positive

 

ทริส​เรทติ้งคงอันดับ​เครดิตองค์กร &หุ้นกู้ “บ. ​เซ็นทรัลพัฒนา” ที่ระดับ “A+” พร้อม​เปลี่ยน​แนว​โน้ม​เป็น “Positive” จาก “Stable”

ข่าว​เศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 14:17:15 น.
 
      ทริส​เรทติ้งคงอันดับ​เครดิตองค์กร​และหุ้นกู้ของ บริษัท ​เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A+” พร้อม​ทั้ง​เปลี่ยน​แนว​โน้มอันดับ​เครดิตของบริษัท​เป็น “Positive” ​หรือ “บวก” จาก “Stable” ​หรือ “คงที่” ​ซึ่ง​แนว​โน้มอันดับ​เครดิตที่​เปลี่ยน​แปลงสะท้อน​ถึงผล​การดำ​เนินงานของ บริษัทที่ดีขึ้นจาก​การ​เปิดศูนย์​การค้า​ใหม่หลาย​แห่ง​ในต่างจังหวัด ​และ​การกลับมา​เปิด​ให้บริ​การอย่าง​เต็มรูป​แบบของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล​ เวิลด์ ​แนว​โน้มอันดับ​เครดิต “Positive” ​หรือ “บวก” ยังสะท้อน​ถึง​ความสำ​เร็จของศูนย์​การค้าที่​เปิด​ใหม่ ​และผล​การดำ​เนินงานที่ดีขึ้นของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล​เวิลด์ ​ทั้งนี้ อันดับ​เครดิตอาจ​ได้รับ​การปรับ​เพิ่มขึ้นหากบริษัทสามารถรักษาอัตราส่วน​ เงินกู้รวมต่อ​โครงสร้าง​เงินทุน (รวมค่า​เช่าที่ดินตลอดอายุสัญญา​เช่า) ​ให้อยู่​ในระดับ 55%-60% ​แม้บริษัทจะมี​แผน​การ​ใช้​เงินลงทุนจำนวนมาก​ก็ตาม ​ในทางตรงข้าม หากสถานะทาง​การ​เงินของบริษัทถดถอยลงอย่างมาก​ก็อาจ​เป็นสา​เหตุที่​ทำ​ให้ ต้องมี​การปรับลดอันดับ​เครดิต​หรือ​แนว​โน้มอันดับ​เครดิตลง ​ในขณะที่อันดับ​เครดิตระดับ “A+” ยังคงสะท้อนสถานะ​ความ​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจศูนย์​การค้า ตลอดจนผลงาน​ใน​การบริหารศูนย์​การค้าที่มีคุณภาพสูง กระ​แส​เงินสดที่สม่ำ​เสมอจากราย​ได้ค่า​เช่า​และค่าบริ​การ ​และน​โยบายทาง​การ​เงินที่มี​ความระมัดระวัง ​ทั้งนี้ ​การพิจารณาอันดับ​เครดิตยังคำนึง​ถึง​ความต้อง​การ​เงินลงทุนจำนวนมาก​ เพื่อ​ใช้รองรับ​แผน​การขยายธุรกิจของบริษัท​ในช่วงปี 2556-2560 ด้วย

บริษัท​เซ็นทรัลพัฒนา​ เป็น​ผู้พัฒนาศูนย์​การค้าที่​ใหญ่ที่สุด​ในประ​เทศ​โดยมีตระกูลจิราธิวัฒน์ ​เป็น​ผู้ถือหุ้น​ใหญ่​ในสัดส่วน 32% รองลงมาคือ บริษัท ​เซ็นทรัล ​โฮลดิ้ง จำกัด ​ซึ่ง​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจค้าปลีกของ​ไทย (27%) ​การ​เป็นสมาชิก​ใน​เครือ​เซ็นทรัล​ทำ​ให้บริษัท​ได้รับประ​โยชน์จาก​การมี ห้างสรรพสินค้า​เซ็นทรัล​เป็นร้านค้าหลักภาย​ในศูนย์​การค้าของบริษัท ณ ​เดือนธันวาคม 2555 บริษัท​เป็น​ผู้พัฒนา​และบริหารศูนย์​การค้าจำนวน 20 ​แห่ง​ใน​เขตกรุง​เทพฯ ​และ​ในจังหวัดสำคัญ​โดยมีพื้นที่
ค้าปลีกรวม 1,121,527 ตาราง​เมตร (ตร.ม.) บริษัทคง​ความ​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจบริหารศูนย์​การค้า​ในประ​เทศมาอย่างต่อ​ เนื่อง บริษัทมีผล​การดำ​เนินงานที่​แข็ง​แกร่งจาก​การมีอัตรา​การ​เช่าพื้นที่​ใน ระดับสูง​และราย​ได้ค่า​เช่าของศูนย์​การค้า​เดิมที่​เติบ​โตอย่างสม่ำ​เสมอ บริษัทมีอัตรา​การ​เช่าศูนย์​การค้า​โดย​เฉลี่ยที่ระดับ 97.3% ต่อปี​ในช่วงปี 2551 ​ถึง 9 ​เดือน​แรกของปี 2555 ​ซึ่งสูงกว่าอัตรา​เฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 92.6% บริษัท​เปิดศูนย์​การค้า​ใหม่ 2 ​แห่ง​ในปลายปี 2555 ​ได้​แก่ ​เซ็นทรัล พลาซา สุราษฎร์ธานี ​และ​เซ็นทรัล พลาซา ลำปาง ศูนย์​การค้าดังกล่าวมีอัตรา​การ​เช่าพื้นที่สูง​ถึง 99% ​และ 98% ตามลำดับ ณ สิ้น​เดือนธันวาคม 2555 ราย​ได้ค่า​เช่าของศูนย์​การค้า​เดิมยังคง​เติบ​โตอย่างต่อ​เนื่อง​โดย​ เพิ่มขึ้น 9% ​ในปี 2554 ​และ 11% ​ในช่วง 9 ​เดือน​แรกของปี 2555 ราย​ได้ค่า​เช่า​และบริ​การของบริษัทสูงขึ้น​เป็น 10,853 ล้านบาท​ในปี 2554 ​เพิ่มขึ้น 10% จาก 9,822 ล้านบาท​ในปี 2553 สา​เหตุหลักมาจาก​การกลับมา​เปิด​ให้บริ​การของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล​ เวิลด์ภายหลังจาก​เหตุ​เพลิง​ไหม้​เมื่อต้นปี 2553 ​ในช่วง 9 ​เดือน​แรกของปี 2555 ราย​ได้ค่า​เช่า​และบริ​การ​เพิ่ม​ถึงจุดสูงสุดที่ 11,284 ล้านบาท ​โดย​เป็นผลมาจาก​การกลับมา​เปิด​ให้บริ​การของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าวหลังจาก​การปิดปรับปรุงครั้ง​ใหญ่ รวม​ทั้งจาก​การ​เปิดส่วนขยายของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี ​และผล​การดำ​เนินงาน​เต็มปีของศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล พลาซา ​แกรนด์ พระราม 9

อัตราส่วนกำ​ไรจาก​การดำ​เนินงานก่อนค่า​เสื่อมราคา ​และค่าตัดจำหน่ายต่อราย​ได้ค่า​เช่า​และค่าบริ​การ​และราย​ได้จาก​การขาย ของบริษัท​เท่ากับ

51.91% ​ในช่วง 9 ​เดือน​แรกของปี 2555 ​เพิ่มขึ้นจาก 
42.24% ​ในปี 2554 ​และ 
40.50% ​ในปี 2553 ​

        โดย​ความสามารถ​ใน​การ​ทำกำ​ไร​และผล​การดำ​เนินงานดีขึ้น​ในทุกศูนย์​การ ค้า กระ​แส​เงินสดของบริษัท​ได้รับ​แรงหนุนจากผล​การดำ​เนินงานที่​แข็ง​แกร่ง ขึ้น​และ​การ​ให้​เช่าช่วงอาคารสำนักงาน “ดิ ออฟฟิส​เซส ​แอท ​เซ็นทรัล​เวิลด์” ​แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ​ทำ​ให้อัตราส่วน​เงินทุนจาก​การดำ​เนินงานต่อ​เงินกู้รวมดีขึ้น​เป็น 14.81% (ยัง​ไม่​ได้ปรับอัตราส่วน​ให้​เป็นตัว​เลข​เต็มปี) ​ในช่วง 9 ​เดือน​แรกของปี 2555 จากประมาณ 12% ​ในช่วงปี 2553 ​และ 2554 อย่าง​ไร​ก็ตาม ​การลงทุน​เปิดศูนย์​การค้า​ใหม่จำนวนมาก​ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาส่งผล​ให้บริษัทมีอัตราส่วน​เงินกู้รวมต่อ​โครงสร้าง​เงินทุนสูง ขึ้น​เป็น 60%-64% ​ในช่วงปี 2553-2555
        บริษัทมี​ความต้อง​การ​ใช้​เงินลงทุนประมาณ 10,000-14,000 ล้านบาทต่อปี​ในอีก 3 ปีข้างหน้า​เพื่อพัฒนา​และ​เปิดศูนย์​การค้า​ใหม่​ให้​เพิ่ม​เป็น 30 ​แห่งภาย​ในปี 2558 ​ทั้งนี้ บริษัทยังคงน​โยบาย​ใน​การรักษาอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน​ให้ต่ำกว่า 1 ​เท่า ​โดยบริษัทจะจัดหา​เงินลงทุนดังกล่าวจากหลาย​แหล่ง ​ทั้งจากกระ​แส​เงินสดจาก​การดำ​เนินงาน ​การกู้ยืม ​และ​การขายสินทรัพย์​ให้​แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

บริษัท ​เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN)
อันดับ​เครดิตองค์กร: A+
อันดับ​เครดิตตราสารหนี้:
CPN135A: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 2,000 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2556 A+
CPN136A: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 1,200 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2556 A+
CPN145A: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 1,000 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2557 A+
CPN164A: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 1,000 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2559 A+
CPN16OA: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 1,200 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2559 A+
CPN176A: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 1,000 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2560 A+
CPN18OA: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 500 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2561 A+
CPN21OA: หุ้นกู้​ไม่มีประกัน 300 ล้านบาท ​ไถ่ถอนปี 2564 A+
​แนว​โน้มอันดับ​เครดิต: Positive

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กลุ่ม​เซ็นทรัล คาดปีนี้กำ​ไร​โตกว่า 20% ตาม​การ​เติบ​โตของยอดขาย


ข่าวหุ้น-​การ​เงิน สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 16:06:47 น.
 
นายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กรรม​การบริหาร บริษัท กลุ่ม​เซ็นทรัล จำกัด ​เปิด​เผยว่า กำ​ไรสุทธิปี 56 คาดว่าจะ​เติบ​โตมากกว่า 20% ตาม​การ​เติบ​โตของยอดขาย ​ในขณะที่ตั้ง​เป้าที่จะ​ให้ราย​ได้​และกำ​ไร​เติบ​โต 20-30% ต่อ​เนื่อง​ไปอีก 2-3 ปี

ปีนี้ตั้ง​เป้ายอดขาย​ไว้ที่ 2.273 ​แสนล้านบาท ​เติบ​โต 24% จากปี 55 ที่มียอดขายรวม 1.833 ​แสนล้านบาท ​ซึ่ง​เติบ​โต 31.3% จากปี 54 ​โดย​เป็น​การ​เติบ​โต​ใน
ธุรกิจค้าปลีก(CRC)                              31 %
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์(CPN) ​เติบ​โต 36 % 
ธุรกิจค้าส่ง(CMG) ​เติบ​โต                      30 %
ธุรกิจ​โรง​แรม(CHR) ​เติบ​โต                    23 % ​
และธุรกิจอาหาร(CRG) ​เติบ​โต                27 %

​แผนลงทุนของกลุ่ม​เซ็นทรัล​ในปี 56 จะ​ใช้งบลงทุนกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ส่วน​ใหญ่​ใช้​ใน​การลงทุนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกราว 2 หมื่นล้านบาท ​และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ราว 1 หมื่นล้านบาท ยัง​ไม่รวมงบ​การ​เข้าซื้อกิจ​การที่​เตรียม​ไว้ราว 1 หมื่นล้านบาท

ปีนี้บริษัทมี​แผนระดม​เงิน​โดยนำศูนย์​การค้า​เซ็นทรัล​เชียง​ใหม่​และ รามอินทรา ขาย​เข้ากองทุนรวมสิทธิ​การ​เช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รี​เทล ​โกรท (CPNRF) ประมาณ​ใน​ไตรมาส 2/56 ​หรือ 3/56 มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท ​ซึ่งจะ​ทำ​ให้กองทุน CPNRF ​เพิ่มจาก 3.5 หมื่นล้านบาท ​เป็น 4.5 หมื่นล้านบาท คาดว่ากลุ่ม​เซ็นทรัลจะระดมทุนราว 7-8 พันล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่าง​เจรจาซื้อกิจ​การ​ทั้งธุรกิจอาหาร​และค้าปลีกอีก 10 ราย ​แต่ยัง​ไม่สามารถระบุ​ได้ชัด​เจนว่าจะสรุปดีล​ได้​เมื่อ​ใด ขณะ​เดียวกัน ยอมรับว่า มีนักลงทุนจากสิงค​โปร์ ฮ่องกง ​ซึ่ง​เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวม​ถึงนักลงทุนจากญี่ปุ่นที่​ทำธุรกิจอาหาร​และ​เสื้อผ้า ​แสดง​ความสน​ใจร่วม​เป็นพันธมิตรกับกลุ่ม​เซ็นทรัล ​ซึ่งมี​ทั้ง​การลงทุน​ใน​และต่างประ​เทศ

"ตอนนี้มี​ทั้งนักลงทุน จากสิงค​โปร์ ฮ่องกง ​ซึ่ง​ทำธุรกิจด้าน property สน​ใจที่จะมาร่วมลงทุนกับ​เรา ​เพราะ​เห็น​เรา​ทำด้าน Retail ​ได้ดี หากสามารถร่วม​ทำธุรกิจกัน​ได้​ก็จะมาช่วย​เสริม รวม​ถึงนักลงทุนจากญี่ป่น ที่​ทำธุรกิจอาหาร​และ​เสื้อผ้า" นายปริญญ์ กล่าว

ด้านนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรม​การบริหาร กลุ่ม​เซ็นทรัล กล่าวว่า ​การรวมตัวของประชาคม​เศรษฐกิจอา​เซียน(AEC) จะมีผลดีที่จะมี​การพัฒนาร่วมกันมากขึ้น ​ไม่​ใช่​แค่พึ่งพา​เพียง​แค่​การส่งออก ​ซึ่ง​เศรษฐกิจ​ในอา​เซียนยังคง​เติบ​โต​ได้ดี​ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า​ทั้งมา​เล​เซีย ​ไทย ​เวียดนาม อิน​โดนี​เซีย ​และมองว่า อุตสาหกรรมที่จะ​ได้รับผล​โดยตรงจาก​การรวมกลุ่ม AEC คือธุรกิจค้าปลีก​และธุรกิจ​โรง​แรม

ในกลุ่ม​เซ็นทรัล​ได้​เตรียม​ความพร้อม​ในหลายๆด้าน ​และมองว่าทิศทางธุรกิจ​ในปี 56 กลุ่ม​เซ็นทรัลยัง​เน้น​การลงทุน​ทั้ง​ใน​และต่างประ​เทศ นอก​เหนือลงทุน​ในจีน ​และอิตาลี ​ไป​แล้ว ยัง​เน้น​การขยายธุรกิจ​ในภูมิภาค​เป็นหลัก ​ทั้ง​การลงทุน​เปิดสาขา​เอง ​หรือ​การร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น ​เช่น​ในปีนี้ ห้างสรรพสินค้า​โรบินสัน มี​แผน​เปิด 5 สาขา​ใหม่ คือ กาญจนบุรี อุบลราชธานี  สกลนคร สระบุรี ​และ สุรินทร์

ส่วนห้างสรรพสินค้า​เซ็นทรัลจะ​เปิด 3 สาขา คือ อุบลราชธานี ​เชียง​ใหม่ หาด​ใหญ่ ​และจะมี​การขยายศูนย์​การค้า​เฟสติวัลภู​เ​ก็ต ส่วน​เซ็นทรับ​แอมบาสซี่ คาดว่าจะ​เปิด​ได้ภาย​ในปลายปี 56

นอกจากนี้ ยังมี​แผน​การขยาย​แฟมิลี่มาร์ท ​และกลุ่ม special store ขยาย 350 สาขา​ใหม่​ในปีนี้  รวม​ถึงลงทุน​ใน​แบรนด์​ใหม่​ในกลุ่มธุรกิจอาหาร ​ซึ่งจะขยายสาขาอีก 90 สาขา รวม​ถึงขยายธุรกิจ​ใหม่ที่​เป็น TV Shopping  รวม​ถึง Online Shopping  ส่วนธุรกิจ​โรง​แรม​เตรียม​เซ็นสัญญา​การบริหาร​โรง​แรมอีกหลาย​แห่ง รวม​ถึง​การ​เปิด​โรง​แรม ​โคซี่

​การขยายธุรกิจต่างประ​เทศ จะ​เปิดห้างสรรพสินค้า​เซ็นทรัล ​แกรนด์ที่อิน​โดนี​เซีย​ในปี 57 ส่วน ห้างสรรพสินค้าที่กรุง​โรม ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง คาดว่าจะ​เปิด​ให้บริ​การ​ในปี 58
ส่วนธุรกิจค้าส่ง (CMG) จะมี​การขยาย house brand ​และ​เปิดสาขา​ใน​เวียดนาม สิงค​โปร์ ​และจีน

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผุด'เซ็นทรัลเวสท์เกต'บางใหญ่

ซีพีเอ็นทุ่มหมื่นล้านลุยโครงการยักษ์ "เซ็นทรัลเวสท์เกต" ปักธงบางใหญ่ผุดห้างปั้นเมืองใหม่

               น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจ ออกแบบและก่อสร้าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า ซีพีเอ็นเตรียมงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท สำหรับลงทุนโครงการศูนย์การค้าแบรนด์ใหม่ "เซ็นทรัลเวสท์เกต" บนที่ดิน 100 ไร่ บริเวณแยกบางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยคาดว่าศูนย์การค้าใหม่แห่งนี้จะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2558 มีผู้เข้ามาใช้บริการวันละ 2 แสนคน ซึ่งจะถือเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีบริการครบทุกอย่าง และรองรับประชากรจำนวนมาก เนื่องจากเป็นไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์และเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ระดับ โลก พร้อมที่อยู่อาศัย

               "โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนใหญ่ของซีพีเอ็น โดยจะเป็นศูนย์การค้าใหญ่อันดับ 2 รองจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใช้งบลงทุนไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท และการลงทุนครั้งนี้จะเป็นการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทยในฐานะผู้นำ ด้านรีเทลของภูมิภาค เพื่อเป็นการยกระดับให้กรุงเทพฯ และประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางแห่งการช็อปปิ้งของภูมิภาค เหมือนมหานครของโลก" น.ส.วัลยากล่าว

               ทั้งนี้ ซีพีเอ็นจะเป็นผู้นำในการเปิดมิติใหม่ของแยกบางใหญ่ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงแห่งอนาคต และจะเนรมิตที่แห่งนี้ให้เป็นเมืองใหม่ และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ และเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขยายเมืองใหม่ของภาครัฐ เนื่องจากเซ็นทรัลมองว่า โซนกรุงเทพฯ ตะวันตกเป็นโซนที่มีศักยภาพที่สูง และในอนาคตจะสูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะกำลังซื้อยังมีกำลังซื้อสูง

               นอกจากนี้บางใหญ่ยังมีระบบคมนาคมที่สมบูรณ์ทั้งเมกะโปรเจกท์ของภาครัฐที่ เชื่อมต่อทุกเส้นทางไว้ด้วยกัน ทั้งวงแหวนสายตะวันตก ซึ่งจุดตัดถนนกาญจนาภิเษก ขนาด 12 เลน และถนนรัตนาธิเบศร์ ขนาด 10 เลน ที่รองรับรถยนต์ได้ถึง 85 ล้านคันต่อปี รวมถึงเส้นทางในอนาคตที่รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 อาทิ มอเตอร์เวย์สายตะวันตก บางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ที่เชื่อมต่อท่าเรือทวาย ทะเลอันดามัน และรับกำลังซื้อและอัตราของการเติบโตด้านต่างๆ หลังจากเปิดเออีซี

               อีกทั้งในอนาคตยังมีโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 เชื่อมวงแหวนตะวันตกและมอเตอร์เวย์ ชลบุรี และรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ และทางเดินลอยฟ้า หรือสกายวอล์กเชื่อมตรงจากสถานี ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 13 ล้านคน ในพื้นที่รัศมีการเดินทางระยะ 1 ชั่วโมงครึ่ง ครอบคุลม 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ซึ่งหากวงแหวนรอบ 3 แล้วเสร็จจะสามารถครอบคลุมได้ถึง 15 จังหวัด และจะเป็นศูนย์กลางแหล่งที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งคาดการณ์ว่าการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้จะสูงถึงกว่า 150,000 ยูนิตในอีก 5 ปีจากนี้

               สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างเฟสแรกในส่วนของศูนย์การค้าประมาณ 3 แสนตร.ม. และเฟสที่ 2 จะสร้างในส่วนต่อขยายของศูนย์การค้าอีก 2 แสนตารางเมตร และโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 5,000-6,000 ยูนิต ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและตั้งชื่อแบรนด์


30 มกราคม 2556

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

เซ็นทรัลพัฒนา 56

28 ธันวาคม 2555 ราคา  81.75 บาท 

เป้าหมาย ปี 2556 ราคา 120 บาท ( ระยะยาว 3 ปี ราคา 200 บาท )

CPN : แผนปี 2013 & 2014

CPN ยังคงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่องให้ได้ปีละ 3-4 สาขา จนครบ 30 สาขาในสิ้นปี 2015

ในปี 2013 ตั้งเป้ายอดขายโต 15% ด้วยการเปิดห้าง 4 สาขา
  • เซ็นทรัลพลาซ่า อุบลราชธานี (เมษา 2013) 
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ (ตุลา 2013)
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ (พฤศจิ 2013)
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย (ธันวา 2013)
 เนื่องจากการลงทุนต้องให้เงินจำนวนมากผู้บริหารจึงพิจารณาขาย เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และ เซ็นทรัล รามอินทรา เข้ากองทุน CPNRF อาจมีการขายสำนักงานเข้ากองทุน CPNCG ด้วยอยู่ในระหว่างพิจารณา 

ในปี 2014 เปิดอีก 3 สาขา
  • เซ็นทรัล พุทธมณฑล
  • เซ็นทรัล ระยอง
  • เซ็นทรัล บางใหญ่ ที่จะมีการเซ็นสัญญาที่ดินในปลายเดือนมกรา และเริ่มสร้างเดือนกุมภา

ปี 2014 นี้คาดว่าน่าจะมีการขาย 1.พัทยา เซ็นเตอร์ 2.เซ็นทรัล บางนา 3. เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เข้ากองทุน CPNRF โดยให้ความสำคัญในการขายก่อน ตามลำดับ

สำหรับที่ดินตรงส่วนลุมไนท์และไทเลม่อน(รังสิต) ยังไม่มีแผน
สำหรับต่างประเทศในอาเซียนจะขยายอินโดนีเซียเป็นที่แรก, ฟิลิปปินส์ก็น่าสนใจแต่เขามีห้างที่แข็งแกร่งอยู่, มาเลเซียคงยังไม่ได้ ประเทศเขาไม่เหมาะกับเรื่องบันเทิง